HOT NEWS

แพทย์ไทยได้รับรางวัลเกียรติยศ “N’Galy Mann Lecture”

          ในการประชุมวิชาการเอดส์นานาชาติ “Conference on Retroviruses and Opportunistic Infections” หรือ ‘CROI’ ประจำปี 2562 หรือ CROI 2019 ระหว่างวันที่ 4 – 7 มีนาคม 2562 ที่เมือง Seattle มลรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีครั้งที่ 26 การประชุม CROI ถือเป็น
การประชุมวิชาการด้านเอดส์ที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะแม้จะจัดโดยสมาคมโรคเอดส์ของสหรัฐอเมริกา และจัดที่สหรัฐอเมริกาทุกปี แต่ก็มีนักวิชาการกว่า 50 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการกัน
ในการประชุมนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการจัดการประชุมคัดเลือกให้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย
โรคเอดส์ สภากาชาดไทย ให้เป็นผู้ได้รับรางวัลปาฐกถาเกียรติยศ “N’Galy Mann Lecture” ในพิธีเปิดการประชุม ซึ่งนับว่าเป็นแพทย์ไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติสูงสุดดังกล่าว โดยหัวข้อการบรรยายคือ “ผลความสำเร็จของประเทศไทยในด้านการรักษา ป้องกันเอดส์ และการวิจัยที่จะรักษาเอดส์ให้หาย” (Thailand Achievements in Treatment, Prevention, and Cure Research)
          ใน 30 นาทีของการบรรยาย ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การค้นพบผู้ติดเชื้อ 3 รายแรกของประเทศไทยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2528 การระบาดของโรคเอดส์จากประชากรกลุ่มเสี่ยง (ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ผู้เสพยาโดยการฉีด หญิงอาชีพบริการ) ไปสู่ประชากรทั่วไป (พ่อบ้าน แม่บ้าน และลูกที่เกิดใหม่) และได้ลำดับเหตุการณ์ความสำเร็จต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่นการจัดตั้งคลีนิคนิรนามของสภากาชาดไทยในปี 2534 ซึ่งทำให้มีคนกล้ามาตรวจเอชไอวีมากขึ้น การจัดตั้งศูนย์วิจัย HIV-NAT เพื่อศึกษาวิจัยยาที่ใช้รักษาเอดส์ ทำให้ช่วยชีวิตผู้ติดเชื้อคนไทยไปได้หลายพันรายจากยาที่บริษัทยาในต่างประเทศให้มาเพื่อทำการศึกษา โครงการถุงยางอนามัย 100% ที่สามารถช่วยหยุดยั้งการแพร่ระบาดจากหญิงบริการไปยังพ่อบ้าน ซึ่งส่งต่อไปยังแม่บ้านและลูก โครงการลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูกภายใต้ พระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่การที่ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่สองในโลกที่สามารถยุติการถ่ายทอดเอดส์จากแม่สู่ลูกได้สำเร็จ
          นอกจากนี้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ยังได้พูดถึงการที่องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาเอดส์ใช้ได้เองภายในประเทศ ทำให้ราคายาถูกลง จนรัฐสามารถให้ยาต้านไวรัสเอดส์ ฟรี ได้กับคนไข้ไทยทุกคน นโยบายตรวจเร็ว รักษาเร็วเพื่อยุติปัญหาเอดส์ งานที่หน่วยพรีเวนชั่น ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ทำในการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ขององค์กรชุมชนให้สามารถช่วยรัฐตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และจ่ายยาเพร็พ เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้แก่เพื่อนกลุ่มเดียวกันได้อย่างมีมาตรฐาน การจัดตั้งคลินิกสำหรับคนข้ามเพศที่คลีนิคนิรนาม เรียก “แทนเจอรีนคลินิก (Tangerine Clinic)” เพื่อให้คนข้ามเพศเข้ามาตรวจวัดระดับฮอร์โมนเพศที่ตัวเองใช้อยู่ ร่วมกับการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โครงการ เพร็พ พระองค์โสมฯ ที่อาสาสมัครชุมชนที่ผ่านการอบรมแล้วสามารถจ่ายยา เพร็พ ตามแพทย์สั่งไปแล้วกว่า 3,000 ราย หรือประมาณครึ่งหนึ่งของคนไทยที่ใช้ยาเพร็พอยู่ทั้งหมดในขณะนี้ และได้พูดถึงโครงการเริ่มยาต้านไวรัสฯภายในวันเดียวกันกับที่ตรวจพบว่าติดเชื้อที่หน่วยพรีเวนชั่นกำลังดำเนินการอยู่ที่คลีนิคนิรนามในขณะนี้ และพูดถึงโครงการศึกษาการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาดโดยการเริ่มให้ยาต้านไวรัสภายใน 2-3 สัปดาห์แรกที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งเป็นโครงการที่หน่วยวิจัยเซิรช์ทำอยู่กับศูนย์วิจัยโรคเอดส์ในขณะนี้ แม้จะยังไม่สามารถหยุดยาได้สำเร็จในขณะนี้ แต่ก็มีจำนวนคนไข้ที่ตรวจเจอเชื้อและได้รับยาภายใน 2-3 สัปดาห์ที่เขื้อเข้าสู่ร่างกายที่มากที่สุดในโลกในขณะนี้ ซึ่งจะสามารถทำการศึกษาการหยุดยาวิธีต่างๆต่อไป เพื่อดูว่าการรักษาเร็วจะสามารถหยุดยาได้ในเวลาต่อมาโดยเชื้อยังสงบอยู่ได้นานมากน้อยเพียงใด
          ก่อนจบ ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ได้ให้ข้อคิดว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นเกิดจากความร่วมมือของหลายๆฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม ที่ต้องมีความร่วมมือกัน จริงจังในการดำเนินงาน และต้องทำให้ขยายทั้งประเทศอย่างรวดเร็วเพราะยิ่งยุติเอดส์ได้เร็ว ประเทศยิ่งมีกำไร โดยต้องทำสามอย่างคือ การอาศัยภาคประชาสังคมในการเข้าถึงกลุ่มเพื่อนที่เสี่ยงพร้อมกับสามารถตรวจหาการติดเชื้อได้เลย จะได้ตรวจเจอการติดเชื้อได้เร็ว แทนที่จะรอให้เขาเดินเข้าไปขอตรวจเลือดเองที่โรงพยาบาล ถ้าพบว่าติดเชื้อก็พาเพื่อนไปเริ่มยาต้านฯที่โรงพยาบาลภายในวันเดียวกับการตรวจเจอว่าติดเชื้อ (รักษาเร็ว) ส่วนคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงแต่ตรวจแล้วไม่ติดเชื้อก็ควรให้ยาเพร็พทันทีเลยในวันนั้น แทนที่จะรอไปเดี๋ยวก็เกิดติดเชื้อขึ้นมา โดยการให้ยาเพร็พต้องให้แบบ ปูพรมกับคนที่เสี่ยง จึงจะเห็นผลว่าการติดเชื้อรายใหม่ลดลง และได้ชื่นชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตตยาธร ให้ผู้ฟังทราบว่า ได้ตัดสินใจดำเนินนโยบายสำคัญหลายอย่างที่จะยุติปัญหาเอดส์ในประเทศไทย เช่น การแก้กฎกระทรวงให้สามารถตรวจเอดส์ด้วยตัวเองได้ และให้เจ้าหน้าที่ชุมชนที่ผ่านการอบรมสามารถช่วยรัฐในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีได้ และการผลักดันให้ เพร็พ เข้าสู่ชุดบริการของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น
          การปาฐกถาของศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค ได้รับการปรบมือกึกก้องจาก ผู้เข้าฟัง พร้อมทั้งยืนขึ้นปรบมือหลายนาที หลังการประชุม มีผู้เข้ามาแสดงความยินดีมากมาย กับความสำเร็จของประเทศไทยด้วยความกล้าที่จะลองนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่นๆโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาทำตาม ซึ่งก่อนหน้าที่บรรยาย Dr. Anthony Fauci ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ขึ้นมาพูดถึงมาตรการที่รัฐบาลอเมริกาจะดำเนินการตามประกาศของประธานาธิบดีโรนัลด์ ทรัมพ์ ที่จะยุติเอดส์ภายในสหรัฐอเมริกาให้ได้ภายใน 10 ปี โดยจะหาวิธีตรวจเอดส์ให้เจอในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ตามเมืองต่างๆ รักษาให้เร็ว และขยายบริการเพร็พให้กว้างขวาง ซึ่งผู้ฟังชาวอเมริกาหลายคนบอกภายหลังว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้เมืองไทยได้ทำมาก่อนแล้ว และจะนำประสบการณ์ของเมืองไทยไปปรับใช้กับวิธีการของอเมริกา คนไทยฟังแล้วได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ
ผู้ที่สนใจจะฟังปาฐกถาของศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาคในวันที่ 4 มีนาคม 2562 เพิ่มเติมสามารถเข้าชมในเวปได้ที่
http://www.croiwebcasts.org/console/player/41038?mediaType=slideVideo&

 

นวัตกรรมการให้บริการสุขภาพที่มีชุมชนเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน (KPLHS)

                  

           ปัญหาภาวะทางสุขภาพของประชาชน มีความหลากหลายแตกต่างไปตามกลุ่มชุมชน ไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่เกิดจากการรวมตัวกันตามแหล่งที่อยู่ หรือตามวิถีชีวิตทางสังคม เศรษฐานะ อาชีพ หรือเพศวิถี ดังนั้น การจัดรูปแบบบริการสุขภาพ แบบดั้งเดิมที่มีสถานพยาบาลเป็นศูนย์กลาง อาจไม่สามารถตอบสนองปัญหาภาวะทางสุขภาพของชุมชนต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
         นวัตกรรมการให้บริการสุขภาพที่มีชุมชนเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนบริการสุขภาพ (Community-Led Health Services) เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อปัญหาภาวะทางสุขภาพของชุมชน โดยศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ได้ใช้ภาวะสุขภาพด้านเอชไอวีเป็นต้นแบบในการพัฒนารูปแบบ Community-Led Health Services โดยมีชุมชนชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และสาวประเภทสอง ในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ หาดใหญ่ และพัทยา เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนบริการสุขภาพสำหรับชุมชนของตัวเอง และได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการทำให้เกิดการเข้าถึงการตรวจเอชไอวีได้รวดเร็ว ป้องกันได้รวดเร็ว และรักษาได้รวดเร็ว
         ในประเทศไทย ชุมชนชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และสาวประเภทสอง เป็นกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบหลัก (key populations) ในด้านเอชไอวี และได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำในการค้นหาว่า หากจะจัดการกับปัญหาเอชไอวีและภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่เฉพาะเจาะจงกับชุมชนของตัวเอง ได้แก่ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศ แล้ว บริการสุขภาพอะไรบ้างที่ “ชุมชนเองเห็นว่าจำเป็น (Need-based) จะต้องมี และเป็นที่ต้องการ (Demand-driven) ของชุมชน” เพื่อมาร่วมมือทำงานกับบุคลากรด้านสาธารณสุขและภาครัฐ ในการจัดให้เกิดบริการเหล่านี้ในลักษณะที่เป็นมิตรกับชุมชน เข้าถึงได้ทั้งในเชิงสถานที่และเวลาให้บริการ รวมถึงเป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุขของประเทศ โดยเราเรียกรูปแบบการทำงานนี้ว่า Key Population-Led Health Services หรือ KPLHS
          การทำงาน KPLHS นั้น เป็นการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ มีส่วนร่วมของหลายภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐ โดยมีกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบหลักเป็นแกนนำ เพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดรูปแบบบริการที่ยั่งยืน และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน (sustainable and high impact) ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย นอกจากด้านเอชไอวีแล้ว รูปแบบของ KPLHS ยังสามารถขยายและปรับใช้ให้เหมาะสมได้กับชุมชนอื่นๆ และภาวะสุขภาพอื่นๆ เช่น วัณโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัญหายาเสพติด เป็นต้น เพื่อที่ประเทศจะได้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนตามพันธสัญญาที่ทำไว้กับประชาคมโลกได้เร็วขึ้น

แพทย์หญิงนิตยา ภานุภาค พึ่งพาพงศ์
ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค
ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย
7 พฤศจิกายน 2560

โอกาสการพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนด้านสาธารณสุข

ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค

ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

      องค์กรชุมชน หรือองค์กรพัฒนาเอกชน หรือบางคนนิยมเรียกว่า เอ็นจีโอ (Non-Governmental Organization, NGO) เป็นเครือข่ายองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ ที่ไม่ใช่ภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งดำเนินการโดยภาคประชาชน หรือภาคประชาสังคม ที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่น หรือจังหวัดต่างๆ เพื่อดำเนินการ สนับสนุน หรือสอดส่องการดำเนินการของภาคอื่นๆ ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน ที่มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เพื่อพิทักษ์สิทธิ และผลประโยชน์ของชุมชน หรือผลประโยชน์ของกลุ่มประชากรที่เขาเป็นตัวแทนอยู่

  อ่านเพิ่มเติม

บทความ

คำถามยอดฮิต